บริการ3 มิติ

ออกแบบโมเดล 3 มิติ

รับบริการออกแบบชิ้นงานโมเดล 3 มิติ ทั้งงานวิศวกรรม งานปั้น งานอะไหล่ งานทำกล่องใส่บอร์ดอิเลคทรอนิคส์ งานออกแบบ Product Design งานภาชนะบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด กล่องใส่อาหาร ทางร้านสามารถขึ้นแบบเพื่อไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ หรือจะเอาไปใช้งานกัด CNC 

รับปริ้นโมเดล 3 มิติ

รับบริการออกแบบชิ้นงานโมเดล 3 มิติ ทั้งงานวิศวกรรม งานปั้น งานอะไหล่ งานทำกล่องใส่บอร์ดอิเลคทรอนิคส์ งานออกแบบ Product Design งานภาชนะบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด กล่องใส่อาหาร ทางร้านสามารถขึ้นแบบเพื่อไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ หรือจะเอาไปใช้งานกัด CNC 

รับสแกนโมเดล 3 มิติ

รับบริการออกแบบชิ้นงานโมเดล 3 มิติ ทั้งงานวิศวกรรม งานปั้น งานอะไหล่ งานทำกล่องใส่บอร์ดอิเลคทรอนิคส์ งานออกแบบ Product Design งานภาชนะบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด กล่องใส่อาหาร ทางร้านสามารถขึ้นแบบเพื่อไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ หรือจะเอาไปใช้งานกัด CNC 

บริการออกแบบชิ้นงานโมเดล 3 มิติ

งานออกแบบตัวการ์ตูนหรือ Art Toy กำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเอาไปทำเป็นหมากสำหรับเดินใน Board Game หรือว่าจะเป็นตัวละครหรือการ์ตูนที่เขียนขึ้นมาในกระดาษ ทางร้านสามารถที่จะเปลี่ยนความคิดและลายเส้นที่อยูีในกระดาษออกมาเป็นตัวโมเดล 3 มิติ ซึ่งทางร้านมีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการออกแบบตัวการ์ตูน

สำหรับงานพระและงานเหรียญนั้น ทางร้านมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการออกแบบพระ ทั้งพระพุทธรูป พระบูชา รวมไปถึงการออกแบบฐานพระ ซึ่งการออกแบบนั้น จะใช้โปรแกรมสำหรับงานด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งโมเดล 3 มิติที่ได้นั้น จะมีความอ่อนช้อย เหมือนกับงานปั้น นอกจากนั้น ที่ร้านยังรับบริการสแกนงาน 3 มิติ เพื่อเอาเข้าไปตกแต่งลายเพิ่มเติมในคอมพิวเตอร์

สำหรับงานกล่องใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ รวมไปถึงกล่องและขวด สำหรับงานบรรจุภัณฑ์นั้น ทางร้านก็มีให้บริการทางด้านนี้ ซึ่งลูกค้าสามารถที่จะเข้ามาพูดคุยรายละเอียด หรือจะเอาตัวอย่าง บอร์ดอิเล็กทรอนิคส์มาให้ทางร้าน ช่วยออกแบบให้ก็ได้ ในส่วนของบรรจุภัณฑ์เช่น ขวดใส่น้ำ หรือตลับใส่เครื่องสำอางค์ ทางร้านก็รับออกแบบด้วยเช่นกัน

งานออกแบบจำพวก Product Design หรืองานสินค้าตัวอย่าง ทางร้านก็มีให้บริการด้วย ลูกค้ามีแค่ไอเดีย หรือภาพ Sketch 2 มิติ ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ ที่ร้านจะมีทีมงานคอยแนะนำในส่วนของการออกแบบและข้อจำกัดว่า สามารถผลิตขึ้นมาได้จริงตามที่คิดหรือไม่ รวมไปถึงสามารถทำ Simulation และ Render งานให้ออกมาเป็นสี ให้ลูกค้าดูในคอมพิวเตอร์ก่อนได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยสำหรับบริการออกแบบโมเดล 3 มิติ

สำหรับไฟล์ที่ได้ ถ้าเป็นงานวิศวกรรม หรืองานออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไฟล์ทีได้จะเป็นไฟล์นามสกุล .iges /.step / .stl / .obj ซึ่งไฟล์นามสกุล .iges และ .step สามารถที่จะไปเปิดในโปรแกรมออกแบบจำพวก Solidwork, Autocad Inventor, Catia, Fusion 360 และโปรแกรมออกแบบอื่นๆได้ ซึ่งไฟล์จะมีขนาดเล็ก สามารถนำไปทำกระบวนการขึ้นรูปต่อด้วยเครื่องจักร CNC ได้ ส่วนไฟล์นามสกุล .stl และ .obj ลูกค้าสามารถนำไปใช้พิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้ รวมไปถึงไปเปิดในโปรแกรมจำพวก Zbrush, Rhino ได้

สำหรับลูกค้าบางท่าน พอได้ไฟล์งานไปแล้ว แล้วอยากจะแก้ไข เพิ่มเติม ในบางจุด ในส่วนของการแก้ไขไฟล์ ทางร้านจะให้แก้ได้ 1 ครั้ง ซึ่งการแก้จะไม่ต้องเป็นการเขียนหรือเริ่มใหม่ทั้งหมด ต้องแก้จากแบบเดิม เท่านั้น ทางหลังจากแก้ไขไปแล้ว ยังไม่ถูกใจ ต้องการแก้ไขเพิ่ม ทางร้านจะคิดค่าบริการในส่วนนี้ครั้งละ 1000 บาท ต่อการแก้ไขหนึ่งครั้ง ดังนั้น ก่อนที่จะทำการขึ้นแบบ ลูกค้าควรจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดก่อน ที่จะเริ่มออกแบบ

ลูกค้าสามารถให้ทีมงาน ส่งรูปภาพงานที่ออกแบบได้ผ่านช่องทาง [email protected] ของบริษัท ซึ่งสามารถกด Add Line ได้ที่ Link นี้ หรือจะติดต่อเข้ามาที่ Email นี้ก็ได้ [email protected]

บริการปริ้นงานโมเดล 3 มิติ

ทางร้านเปิดรับและให้บริการ ปริ้นงาน 3 มิติ ซึ่งที่ร้านจะมีเครื่องให้บริการ หลากหลายรุ่น ทั้งแบบฉีดพลาสติก FDM, พิมพ์เรซิ่น SLA รวมไปถึงพิมพ์ผงไนลอน ที่เป็นระบบ SLS ลูกค้าสามารถที่จะเลือกวัสดุและความละเอียดในการพิมพ์ได้ ในส่วนของขนาดชิ้นงานโมเดล 3 มิติ ที่ทางร้านให้บริการปริ้น 3D นั้น จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการพิมพ์ ซึ่งลูกค้าสามารถดูตารางขนาดชิ้นงานที่สามารถพิมพ์ได้ ในแต่ละเทคโนโลยี แต่ถ้าลูกค้าไม่แน่ใจ ว่าจะเลือกวัสดุแบบไหน ในการพิมพ์ ก็สามารถติดต่อมาที่บริษัท หรือจะ Add Line เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้  กด ที่นี่ เพื่อ Add Line

พิมพ์งานระบบ FDM

วัสดุที่ใช้พิมพ์เป็นพลาสติก
  • เครื่องที่ใช้: Prusa MK3S / Raise3D / Sindoh / Zortrax
  • ขนาดโมเดลที่พิมพ์ได้ : 600 x 600 x 1000 มิลลิเมตร
  • ความละเอียดในการพิมพ์: 0.1-0.4 มิล
  • รายละเอียดเล็กสุดที่พิมพ์ได้: 0.4 มิล
  • ชนิดพลาสติกที่ใช้พิมพ์: PLA, ABS, PETG
  • ระยะเวลาในการพิมพ์: 1-3 วัน

พิมพ์งานระบบ SLA

วัสดุที่ใช้พิมพ์เป็นเรซิ่น
  • เครื่องที่ใช้พิมพ์: Form 2 / Form 3 / Dazz3D / Phrozen
  • ขนาดโมเดลที่พิมพ์ได้ : 600 x 600 x 400 มิลลิเมตร
  • ความละเอียดในการพิมพ์: 0.025-0.1 มิล
  • รายละเอียดเล็กสุดที่พิมพ์ได้: 85 ไมครอน
  • ชนิดเรซิ่นที่ใช้พิมพ์: ABS, PP, Flexible, Castable
  • ระยะเวลาในการพิมพ์: 3-7 วัน

พิมพ์งานระบบ SLS

วัสดุที่ใช้พิมพ์เป็นผงไนลอน PA12
  • เครื่องปริ้น 3 มิติ ที่ใช้พิมพ์: Sinterit Lisa / HP Jet Fusion
  • ขนาดโมเดลที่พิมพ์ได้ : 380 x 280 x 380 มิลลิเมตร
  • ความละเอียดในการพิมพ์: 0.05/0.08/0.1 มิล
  • รายละเอียดเล็กสุดที่พิมพ์ได้: 0.5 มิล
  • ชนิดไนลอนที่ใช้พิมพ์: ไนลอน PA12
  • ระยะเวลาในการพิมพ์: 5-7 วัน

ข้อแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ

ผุ้ใช้งานบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ นั้นมีการแบบ ซึ่งอาจจะมีคำถามเกิดขึ้นมาในหัวว่า จะเลือกแบบไหนดี แล้วแต่ละแบบนั้นแตกต่างอย่างไร งานพิมพ์แบบไหนจะแข็งแรงสามารถนำเอาไปใช้จริงได้ รวมถึงราคาในการพิมพ์ชิ้นงาน จะเท่าไหร่ คำนวนยังไง ถ้ายังไม่รู้ ลองทำความเข้าใจกันก่อน ก่อนที่จะเริ่มใช้บริการ

การพิมพ์งาน FDM หรือ Fuse Deposit Material นั้นถือว่าเป็นการปริ้นงาน 3 มิติ ที่นิยมมากที่สุด เพราะราคา ค่าพิมพ์นั้นถูก ไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับระบบการพิมพ์แบบอื่นๆ ซึ่งหลักการสำหรับการพิมพ์ระบบ FDM นั้น จะคล้ายๆกับ การใช้ปืนกาว ซึ่งจะเปลี่ยนจาก กาวเป็นพลาสติกแทน เครื่องพิมพ์ระบบนี้ จะมีหัวฉีดที่ให้ความร้อน เพื่อละลายพลาสติกออกมา และฉีดพลาสติกให้ต่อๆกันเป็นชั้นๆ จนเกิดเป็นรูปชิ้นงาน 3 มิติ ซึ่งวัสดุที่ใช้พิมพ์จะเป็นพลาสติกจำพวก PLA, ABS และ PETG รวมถึงเส้นพลาสติกแบบ Composite ที่ผสมคาร์บอนไฟเบอร์ ก็สามารถพิมพ์ได้เหมือนกัน สำหรับงานที่พิมพ์จากระบบ FDM นั้นจะมองเห็นเป็นชั้นๆ ด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจจะต้องมีการนำชิ้นงาน ไปผ่านกระบวนการขัดและตกแต่งอีกที เพื่อให้ได้งานที่สวยงาม

สำหรับการพิมพ์งานแบบ SLA นั้นจะใช้วัสดุในการพิมพ์ที่เป็นเรซิ่น ซึ่งหลักการของเครื่องพิมพ์ระบบ SLA จะใช้แหล่งกำเนิดแสงที่เป็น UV ฉายผ่านหน้าจอ LCD หรือ Projector ซึ่งตัวหน้าจอ จะเป็นแหล่งกำเนิดภาพ เมื่อแสง UV ผ่านภาพที่ฉายและตกกระทบไปที่เรซิ่น จะทำให้เรซิ่นส่วนนั้นแข็งตัว ซึ่งเมื่อเรซิ่นแข็งตัว ฐานพิมฑ์ก็จะยกขึ้น แล้วเริ่มทำกระบวนการแบบนี้ วนซ้ำไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นชิ้นงาน 3 มิติ ซึ่งข้อดีของงานพิมพ์ระบบ SLA คือความละเอียดของโมเดลที่ออกมาจะมีผิวงานที่สวยเรียบและเนียน สามารถไปเทียบกับชิ้นงานที่ฉีดออกมาจากเครื่องพลาสติกได้เลย แถมวัสดุเรซิ่นก็จะมีให้เลือกใช้หลายแบบ แต่ราคาในการพิมพ์งานนั้นก็จะสูงกว่า การพิมพ์งานแบบ FDM

ในส่วนของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ SLS นั้น จะเป็นที่นิยมอย่างมาก สำหรับชิ้นงานที่ซับซ้อนและต้องการความแข็งแรง ซึ่งวัสดุที่ใช้พิมพ์จะเป็น ไนลอน เกรด PA12 ซึ่งถือว่าเป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับ ในเรื่องของ ความแข็งแรง มีความหยืดหยุ่น สามารถ บิดงอได้ โดยที่ไม่หัก หรือไม่แตก แถมยังทนอุณหภูมิได้และสารเคมีได้ดีอีกด้วย ระบบการพิมพ์แบบ SLS นั้นจะใช้เลเซอร์พลังงานสูง ยิงไปที่ผงไนลอน เพื่อให้ผงไนลอนนั้นหลอมละลายติดกัน เมื่อพิมพ์เสร็จ 1 ชั้น ตัวเครื่องก็จะเติมผงไนลอน และทำการยิงเลเซอร์ กระบวนจะวนไปแบบนี้ ไปเรื่อยๆ จนได้ชิ้นงานโมเดล 3 มิติ ซึ่งข้อดีของระบบ SLS อีกอันก็คือ สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้ หรือพิมพ์งานที่มีกลไก การเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน โดยพิมพ์ออกมาครั้งเดียว

ตารางเปรียบเทียบงานพิมพ์และราคาระหว่าง FDM, SLA และ SLS

ข้อเปรียบเทียบFDM (พลาสติก)SLA (เรซิ่น)SLS (ไนลอน)
ความละเอียดในการพิมพ์★★☆☆☆★★★★★★★★★☆
ความแม่นยำของชิ้นงาน★★★★☆★★★★★★★★★★
ความเรียบของผิวชิ้นงาน★★☆☆☆★★★★★★★★★☆
ความซับซ้อนของชิ้นงาน★★★☆☆★★★★☆★★★★★
ความง่ายในการขัดแต่ง★★☆☆☆★★★★★★★★☆☆
ราคาในการพิมพ์เริ่มต้น 200 บาท/ชั่วโมงเริ่มต้น 350 บาท/ชั่วโมงขึ้นอยู่กับจำนวนของชิ้นงาน

ขั้นตอนในการส่งไฟล์เพื่อสั่งปริ้นงาน 3 มิติ

null

1. ส่งไฟล์โมเดล 3 มิติ

สำหรับไฟล์ที่ใช้ปริ้นจะต้องเป็นไฟล์ที่มีนามสกุล STL / OBJ / STP ซึ่งถ้าไฟล์มีขนาดไม่เกิน 25 MB สามารถส่งไฟล์ผ่านแบบฟอร์มสำหรับปริ้นงานได้เลย แต่ถ้าไฟล์มีขนาดใหญ่เกิน 25 MB ลูกค้าจำเป็นต้องใช้บริการ ฝากไฟล์กับ Google Drive, Dropbox หรือ Onedrive แล้วส่ง Link ที่ทำการฝากไฟล์มาที่อีเมล์ [email protected]

null

2. ตรวจสอบและเช็คไฟล์

หลังจากที่ร้านได้รับไฟล์และรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปเพื่อสอบถามรายละเอียดและให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานที่จะปริ้น หลังจากนั้น ทางร้านจะทำการส่งใบเสนอราคา รวมถึงแจ้งกำหนดการ ส่งสินค้า หลังจากลูกค้าตกลงที่จะพิมพ์ ลูกค้าสามารถเซ็นในใบเสนอราคาแล้วส่งกลับมา เพื่อเป็นการยืนยัน (ในขั้นตอนนี้ อาจจะมีการเรียกเก็บเงินมัดจำ สำหรับพิมพ์งานก่อน)

null

3. เริ่มปริ้นงานและจัดส่ง

หลังจากได้รับการยืนยัน ทางร้านจะเริ่มกระบวนการพิมพ์ 3 มิติให้ ซึ่งหลังจากพิมพ์เสร็จ ทางร้านจะทำการตกแต่งและตัดส่วนที่เป็นตัวรองรับ หรือ Support ให้ และเก็บงานให้ส่วนนึง ซึ่งลูกค้าจะต้องไปทำต่อในส่วนของการขัดแต่งและลงสีเอง แต่ถ้าลูกค้าอยากให้ทางร้านจัดการขัดแต่งและทำสีให้ ก็สามารถแจ้งได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในส่วนของการจัดส่งชิ้นงานนั้น จะขึ้นอยู่กับทางลูกค้า ว่าจะให้จัดส่งทางไหน หรือจะเข้ามารับเองที่หน้าร้านก็ได้

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการปริ้นงาน 3 มิติ

สำหรับการเลือกนั้นให้ดูว่างานที่พิมพ์เสร็จจะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ถ้าเน้นงบประมาณ หรือราคาในการพิมพ์ที่ถูกให้เลือกเป็นแบบ FDM เพราะเป็นการพิมพ์ที่ถูกและประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด สามารถพิมพ์งานได้ใหญ่สูงสุดที่ 60 x 60 x 100 เซนติเมตร งานที่พิมพ์จากระบบ FDM จะให้ผิวชิ้นงานที่หยาบที่สุด จากทั้งหมด ซึ่งความละเอียดที่ร้านใช้ในการพิมพ์จะอยู่ที่ 0.2 – 0.3 มิลลิเมตร (ตัวเลขยิ่งเยอะ งานจะหยาบ) สำหรับงานที่พิมพ์จากระบบ FDM สามารถนำไปทำสีได้ แต่ต้องอาศัยการขัดแต่งที่มากกว่าระบบอื่น

สำหรับระบบ SLA หรือเรซิ่นนั้น เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการนำงานพิมพ์ไปทำต้นแบบ เพราะเป็นระบบที่ให้ความละเอียดได้ดีที่สุด งานที่พิมพ์จะมีความคมและสวย สามารถไปเทซิลิโคนเพื่อถอดแบบได้เลย ซึ่งความละเอียดในการพิมพ์ที่ร้านใช้จะอยู่ระหว่าง 0.025 จนถึง 0.16 มิลลิเมตร ส่วนชิ้นงานที่ใหญ่ที่สุดที่พิมพ์ได้ของเครื่องที่ให้บริการจะอยู่ที่ 60 x 60 X 40 เซนติเมตร ส่วนประเภทของเรซิ่นที่ใช้ ก็จะมีให้เลือกหลายชนิด ทั้งแบบทนความร้อนสูง และเรซิ่นที่มีความนิ่มคล้ายยางซิลิโคน ลูกค้าสามารถเข้าไปดูรายละเอียดประเภทเรซิ่นได้ที่นี่

สำหรับระบบ SLS เป็นระบบที่ให้งานพิมพ์ที่มีความแข็งแรง หยืดหยุ่นได้ สามารถนำไปใช้ทดแทนชิ้นส่วนที่พัง หรือสึกหรอได้ งานที่พิมพ์จากระบบ SLS ที่ทางร้านให้บริการจะเป็น ไนลอน PA12 สีดำ สามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ส่วนขนาดชิ้นงานใหญ่ที่ทางร้านสามารถให้บริการได้จะอยู่ที่ 38 x 28 x 38 เซนติเมตร 

สำหรับระยะเวลาการปริ้นงาน 3D นั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดและความละเอียด ซึ่งถ้าขนาดใหญ่ ก็อาจจะใช้เวลาหลาย 100 ชั่วโมงในการปริ้น ซึ่งตรงนี้ ทางร้านจะเป็นผู้แจ้งลูกค้าก่อน โดยจะระบุเวลาที่ใช้พิมพ์ในใบเสนอราคา

สำหรับไฟล์ที่จะส่งมาให้ทางร้านพิมพ์ จะต้องเป็นนามสกุล .STL / .OBJ. / STEP / .IGES ซึ่งก่อนส่งไฟล์เพื่อประเมินราคาทุกครั้ง ลูกค้าควรที่จะตรวจสอบว่าไฟล์ที่จะส่ง มีความถูกต้อง ไม่เสีย เพราะถ้าเอาไฟล์ที่เสียส่งมาให้ตีราคา งานที่พิมพ์จากไฟล์ที่เสีย จะไม่สวยรวมไปถึงเวลาที่ใช้พิมพ์ก็จะมากขึ้น ทำให้ราคาในการคิดบริการสูงขึ้นด้วย ลูกค้าสามารถตรวจสอบไฟล์ว่าเสียหรือไม่ โดยอ่านได้จากบทความนี้ 

ในส่วนของไฟล์ที่มาจากโปรแกรม SketchUp นั้น ทางร้านจะไม่รับ เพราะไฟล์ที่ได้มาจะไม่ค่อยสมบูรณ์ มีปัญหาเยอะ ต่อให้ซ่อมไฟล์ ผ่านโปรแกรมที่ใช้แก้ไขแล้วก็ตาม ปัญหาก็ยังมีอยู่ ดังนั้นลูกค้าที่ส่งไฟล์ SketchUp มาทางร้านขอปฏิเสธในการให้บริการ สำหรับคนที่อยากพิมพ์งานโมเดล 3 มิติ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรม SketchUp ทางร้านแนะนำให้ใปใช้โปรแกรม TinkerCad แทน ซึ่งใช้งานง่ายเหมือนกับโปรแกรม SketyUp และสามารถเอามาใช้พิมพ์กับเครื่องปริ้น 3D ได้ด้วย

ทางร้านมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติอยู่มากกว่า 10 ตัว ซึ่งมั่นใจไดเ้เลยว่างานที่จะพิมพ์ จะไม่รอนาน ซึ่งการรอคิว จะไม่เกิน 1 วันทำการ ก็สามารถสั่งพิมพ์งานได้แล้ว

สำหรับลูกค้าบางคน อาจจะมีงานที่ต้องรีบใช้ ทางร้านมีบริการแบบ Express Service ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 20% จากราคางาน เช่น ทางร้านทำราคาพิมพ์งานให้อยู่ที่ 1000 บาท โดยกำหนดส่งภายใน 3 วัน แต่ถ้าลูกค้าต้องการงานด่วน ทางร้านขอคิดค่าบริการเพิ่มเติมขึ้นอีก 200 บาท จากราคาพิมพ์งาน ซึ่งถ้าลูกค้าตกลง ทางร้านก็จะรีบจัดการพิมพ์งานให้ สำหรับการใช้บริการ Express Service นั้นจะขึ้นอยู่กับทางร้านเป็นคนพิจารณา ไม่ใช่ว่าทำได้ทุกกรณี

บริการสแกนโมเดล 3 มิติ

ทางร้าน มีให้บริการ เกี่ยวกับงานสแกน 3 มิติ ซึ่งสามารถสแกนชิ้นงาน ได้หลากหลายประเภท เช่น งานปั้นพระ ที่ต้องการย่อส่วนเพื่อเอาไปผลิตต่อ, งานศิลปะและงานประติมากรรม ที่ต้องการเก็บในรูปแบบดิจิตอลไฟล์, งานอะไหล่เครื่องจักร หรืองานวิศวกรรม ที่อยากจะทำวิศวกรรมย้อนรอย หรือ Reverse Engineering 

ขั้นตอนการส่งงานเพื่อตีราคา สำหรับการสแกนงาน 3 มิติ

null

1. ส่งรูปพร้อมเทียบ Scale

ลูกค้าจำเป็นต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับชิ้นงานที่จะสแกน ว่าเป็นชิ้นงานแบบไหน สแกนเพื่อไปทำอะไร พร้อมเทียบสเกลหรือขนาดของชิ้นงาน ซึ่งการเทียบสเกล ลูกค้าสามารถใช้ไม้บรรทัดหรือ ตลับเมตร วางเทียบกับงานและถ่ายรูป เพื่อที่ทางบริษัทจะได้ประเมินราคาในการ สแกน 3 มิติได้ 

null

2. ส่งชิ้นงานพร้อมโอนมัดจำ

หลังจากที่ลูกค้าได้รับใบเสนอราคาและตกลงที่จะทำการสแกน โดยลูกค้าต้องทำการโอนค่ามัดจำ 50% มาเพื่อเป็นการยืนยัน หลังจากโอนแล้ว ลูกค้าสามารถส่งชิ้นงานมาที่บริษัท โดยจัดส่งผ่านทางขนส่งเอกชน มาตามที่อยู่ ใน Website ของบริษัท แต่ถ้าลูกค้าต้องการให้ไปสแกนนอกสถานที่ ก็สามารถระบุวันและเวลา โดยต้องแจ้งล่วงหน้า ก่อน 3 วันทำการ

null

3. ส่งคืนชิ้นงานพร้อมไฟล์

หลังจากที่ สแกนงาน 3 มิติ เสร็จแล้ว ทางร้านจะส่งชิ้นงานที่นำมาให้สแกน กลับไปให้ลูกค้าก่อน ส่วนตัวไฟล์ที่ได้จาก การสแกนอาจจะต้องมีการปรับแต่งและแก้ไข ให้ตรงกับชิ้นงานที่สแกน เมื่อแก้ไฟล์เรียบร้อยแล้ว ทางร้านจะส่ง Link สำหรับไฟล์งานสแกนไปให้ทางลูกค้า โดยผ่าน เว็บไซด์ที่ใช้ฝากไฟล์ เช่น Google Drive ซึ่งลูกค้าจะสามารถโหลดไฟล์ที่สแกนได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการ สแกน 3 มิติ

สำหรับขนาดชิ้นงานสแกน 3 มิติ ที่ทางบริษัทสามารถสแกนได้ จะมีขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร ขึ้นไปจนถึงขนาดใหญ่ 3 เมตร สำหรับงานขนาดเล็กที่ทางร้านเคยสแกน ก็จะเป็นงานประเภท เหรียญพระ ส่วนงานใหญ่สุดที่ทางร้านเคยสแกน ก็จะเป็นประเภท โมลด์ฉีดพลาตสิก ยาวประมาณ 2 เมตร

ในส่วนของไฟล์ที่ได้จะเป็นนามสกุล .STL หรือ .OBJ ซึ่งไฟล์ 2 ตัวนี้ สามารถที่จะเอาไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลย หรือจะเอาไปเปิดในโปรแกรม Zbrush หรือ Blender เพื่อทำการปั้นงานต่อก็ได้ ไฟล์ที่ได้จากการสแกน ทางร้านจะส่งผ่านระบบฝากไฟล์เช่น Google Drive ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าไป Download ได้

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเอาไฟล์ ไปทำงาน Machining หรืองานกัด CNC จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม ในส่วนของการทำวิศวกรรมย้อนรอย หรือ Reverse Engineering ซึ่งไฟล์นามสกุลที่ได้ จะเป็น .IGES หรือ .STEP ซึ่งไฟล์ทั้ง 2 ตัวนี้ สามารถเอาไปเปิดใช้กับโปรแกรมออกแบบจำพวก Solidwork, Autocad Inventor, Catia ได้ เพื่อเอาไปกำหนด Tool Path ในการกัดขึ้นรูปได้ แถมไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็ก 

ทางบริษัทมีเครื่องสแกนที่สามารถสแกนสีได้ ซึ่งราคาสำหรับงานที่สแกนสี จะบวกเพิ่มขึ้นจากงานสแกนไปอีก 1000 บาท ซึ่งสีที่ได้ สามารถนำไปใช้ทำ UV Mapping หรือพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นเครื่องพิมพ์สีได้

สำหรับชิ้นงานบางชิ้น มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถยกหรือไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย ทางร้านก็จะมีการรับบริการสแกนงาน 3 มิติ นอกสถานที่ ซึ่งจะคิดแยกจากค่าสแกน สำหรับค่าบริการนอกสถานที่นั้นจะขึ้นอยู่กับระยะทาง เช่นในกรุงเทพ ก็จะคิดค่าบริการนอกสถานที่อยู่ที่ 1500 บาท ส่วนปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นครปฐม ชลบุรี จะคิดค่าเดินทางอยู่ที่ 3500 บาท

ในส่วนของเวลาในการสแกนจะขึ้นอยู่กับขนาดและรายละเอียดของชิ้นงาน ซึ่งโดยปกติ จะใช้เวลาไม่เกิน 2 วันทำการ แต่ถ้างานสแกนมีรายละเอียด และมีขนาดใหญ่ ทางร้าน จะโทรไปแจ้งเกี่ยวกับระยะเวลาที่จะใช้ในการสแก

ลูกค้าบางคน มีงานที่เป็นความลับ และไม่อยากเปิดเผยต่อสาธารณะ ทางร้านมีสัญญาที่ทางร้านสามารถเซ็นร่วมกับลูกค้า ซึ่งสัญญานี้จะเก็บเอาไว้ทั้ง 2 ฝ่าย ลูกค้าสามารถ Download สัญญาปกปิดความลับได้ที่ Link นี้ สัญญาจะใช้ได้ และสมบูรณ์ทางกฎหมาย ก็ต่อเมื่อมีลายเซ็นและตราประทับของทางร้านและของทางลูกค้า