5 ปัจจัยหลักสำหรับการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ 3D Printer

เคยไหมครับ เวลาพิมพ์คำว่า 3D Printer หรือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ใน Google แล้วมันขึ้นมาให้เลือกกันเต็มไปหมด มีตั้งแต่ราคาหลักพัน จนถึงหลักแสน เห็นแล้วเลือกไม่ถูก แถมหน้าตาเครื่องบางรุ่นก็ดูเหมือนของเล่น ไม่รู้ว่าซื้อมาแล้วมันจะใช้ได้ไหม 

เยอะไปหมด ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี

สำหรับบทความนี้ผมจะมาบอกวิธีการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติประเภท FDM (ฉีดพลาสติก) ว่าจะเลือกแบบไหนดี แบบไหนควรซื้อ แบบไหนไม่ควรซื้อ รวมไปถึงปัจจัยที่สำคัญที่ผู้ใช้ต้องตั้งคำถามและต้องตอบให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้เครื่องพิมพ์ 3D Printer ที่เหมาะกับเรามากที่สุด สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีกี่แบบ กี่ประเภท ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความที่นี่ก่อน เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น กับบทความ 3D Printer คืออะไรและมีกี่ประเภท

ก่อนหน้านี้ 3D Printer เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งจะต้องไปลงทะเบียนก่อนนำเข้ามาในประเทศไทย แต่ในปัจจุบัน กฎหมายนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ใครสนใจสามารถสั่งนำเข้าได้เอง แต่อยากให้ตระหนักไว้ว่า เครื่องปริ้น 3 มิติ ถือว่าเป็นของใหม่มากๆ ยังต้องมีการเรียนรู้หลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของวัสดุที่ใช้ปริ้น รวมไปถึงการใช้งานเครื่อง ที่อาจจะยุ่งยาก และซับซ้อนกว่าเครื่องปริ้นกระดาษ รวมไปถึงปัญหาเรื่องหัวฉีดตัน ก็ยังเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถพบเจอได้ ซึ่งการที่จะซ่อมหรือแก้ปัญหา อาจจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น ถ้าคิดว่า การซ่อมเครื่องเป็นเรื่องยาก ก็แนะนำให้ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายจะดีกว่า เพราะเขาจะได้ดูแล แถมยังมีคนคอยให้คำปรึกษา เวลาใช้งาน

ใครที่กำลังมองหา หรือต้องการซื้อเครื่องปริ้น 3D Printer ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ลองตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้เครื่องที่เหมาะสม ในราคาที่ต้องการ เวลาซื้อไปใช้งาน จะได้ตอบโจทย์กับงานที่จะปริ้น

งานที่จะเอามาปริ้นเป็นงานแบบไหน ?

ปัจจัยแรกคือ ที่จะต้องหาคำตอบก่อนคือ งานที่จะเอามาปริ้น 3 มิติ เป็นงานแบบไหน เป็นงานศิลปะ หรืองานประเภทชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักร หรืองานต้นแบบ  ที่ผมต้องถามเพราะว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ FDM นั้นมีให้เลือกหลายแบบ เช่น Cartesian / Delta และตัวล่าสุดคือ CoreXY แต่ละแบบก็จะมีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต่างกัน ซึ่งผมได้สรุปออกมา เพื่อให้งานต่อการเลือกและการนำไปใช้

ถ้าเน้นงานศิลปะ เช่นรูปปั้น ของเล่น ตัวการ์ตูน ผมแนะนำให้ไปเอาเครื่องประเภท Delta เครื่องแบบนี้จะพิมพ์งานได้เร็วและได้ชิ้นงานที่สูง รวมถึงช่วงโค้งและช่วงเว้า จะพิมพ์ได้เนียนและสวยกว่าเครื่องพิมพ์ 3D Printer แบบ Cartesian

เครื่องปริ้นระบบ Delta ที่ผลิตโดยคนไทย ของบริษัท สยามเรปแรแป
งานพิมพ์ที่มีการสวมประกอบ เหมาะสำหรับ Cartesian
งานพิมพ์ที่มีการสวมประกอบ เหมาะสำหรับ Cartesian
งานพิมพ์รูปปั้น เครื่อง Delta จะได้เปรียบ
งานพิมพ์รูปปั้น เครื่อง Delta จะได้เปรียบเรื่องผิวที่เนียน

สำหรับข้อเสียของเครื่องประเภท Delta ก็คือ พิมพ์งานไม่ได้ขนาด ไม่เหมาะเอามาพิมพ์ชิ้นงานที่ต้องการวัดเอาตัวเลข หรืองานวิศวกรรม ที่ต้องเอามาสวมประกอบ สาเหตุที่เครื่องพิมพ์ประเภท Delta พิมพ์งานไม่ได้ขนาด เป็นเพราะว่า การเคลื่อนที่ของหัวฉีด นั้นจะถูกควบคุมด้วยแขนที่ผูกติดกับมอเตอร์ ซึ่งการเคลื่อนที่ในแต่ละครั้ง มอเตอร์ทั้ง 3 ตัวจะมีการขยับไปพร้อมกัน ซึ่งตรงนี้ ถ้าแขนของเครื่องพิมพ์ด้านใดด้านนึง ตั้งค่าความตึงของสายพานไม่เท่ากัน จะทำให้การเคลื่อนที่ผิดเพี้ยนไป ซึ่งจะไปกระทบต่อขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ ยิ่งขนาดชิ้นงานพิมพ์ยิ่งใหญ่ ขนาดจะยิ่งเพี้ยนไม่ตรงกับที่วาดแบบเอาไว้

ซึ่งถ้าเป็นงานพิมพ์ที่ต้องเอาไปสวมหรือประกอบกับชิ้นงานอื่นๆ ก็จะไม่พอดี ดังนั้น ถ้าผู้ใช้จะเอาเครื่องพิมพ์ไปพิมพ์ชิ้นงานประเภท ที่ต้องมีการวัด หรืองานที่เอาขนาด ก็ให้หลีกเลี่ยงเครื่องประเภท Delta แต่ถ้าเป็นงานศิลปะ หรืองานที่ไม่ต้องเอาไม้บรรทัดมาวัดชิ้นงานที่พิมพ์ อันนี้ผมแนะนำเลย เพราะเครื่องสไตล์นี้ พิมพ์เร็วมาก งานสวย รวมถึงดูแลและซ่อมบำรุงรักษาง่าย แถมดูเพลินเวลาเครื่องมันทำงาน

เครื่อง Prusa MK4 ที่เป็นระบบ Cartesian ที่ปริ้นงานได้ขนาดที่แม่นยำ

สำหรับงานพิมพ์ที่เอาค่าหรือเอาขนาด ก็ต้องไปเครื่องแบบ Cartesian เพราะเครื่องแบบนี้ การเคลื่อนที่จะเป็นไปตามแกน งานปริ้นที่ได้จากเครื่อง Cartersian จะมีขนาดที่แม่นยำกว่าเครื่อง Delta ส่วนเครื่อง Cartesian ที่เป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ก็จะเป็นเครื่องพิมพ์ของ Josef Prusa รุ่น MK3S และ MK4 ซึ่งเป็นเครื่องที่พิมพ์งานได้เร็ว และมีฟีเจอร์ให้มาครบ เช่น ไฟดับพิมพ์ต่อได้ หรือว่าเส้นพลาสติกหมดกลางทาง เครื่องก็จะหยุด และรอให้คนมาเปลี่ยน

ระบบการเคลื่อนที่แบบ CoreXY ที่มอเตอร์ 2 ตัวทำงานสอดประสานกัน

สำหรับแบบสุดท้าย ที่มาแรงมากๆ ในตอนนี้ ก็คือ ระบบการพิมพ์แบบ CoreXY ที่สามารถปริ้นงานได้เร็ว และได้ขนาดที่แม่นยำ เรียกได้ว่า เป็นการรวมกันระหว่างระบบ Carterisan กับ Delta เข้าด้วยกัน ความเร็วของเครื่องปริ้น 3 มิติระบบ CoreXY จะเร็วกว่าระบบเดิม 3-5 เท่า มีอัตราเร่งหรือการออกตัวที่รวดเร็ว สำหรับการเคลื่อนที่ของระบบ CoreXY จะทำได้ด้วยการขยับมอเตอร์ 2 ตัวพร้อมกัน

สำหรับในเมืองไทย ตอนนี้ มีเครื่องอยู่หลาย ยี่ห้อ ที่ใช้ระบบ CoreXY นั่นก็คือ Prusa XL / Creality K1 Series / Bambulab X1 และก็ Flashforge 5M Pro

ในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์ 3 มิติ FDM ระบบ Delta เริ่มที่จะหายไปจากตลาด หรือลดความนิยมลงไป เพราะการเข้ามาแทนที่ของระบบ CoreXY ที่ทำได้ดีกว่า และเร็วกว่า ดังนั้น ถ้าจะเลือกซื้อ 3D Printer ในตอนนี้ ก็ให้เลือกระบบ Carterisan และ CoreXY จะดีกว่า

พื้นที่ปริ้นงานจะเอาใหญ่เท่าไหร่ดี ?

สำหรับปัจจัยนี้ จะเป็นตัวกำหนดขนาดเครื่อง และก็ราคาเครื่อง เครื่องที่พิมพ์ได้ใหญ่ราคาก็จะสูง ซึ่งตรงนี้ผู้ที่จะซื้อต้องดูงบประมาณในการซื้อด้วย ไม่ใช่ว่า จะเอาใหญ่อย่างเดียว สำหรับการกำหนดพื้นทื่พิมพ์งานนั้น ผมแนะนำว่าถ้าต้องการเครื่องที่มีขนาดพิมพ์เกิน 30 x 30 x 30 เซนติเมตรขึ้นไป ให้หาเครื่องปริ้นที่มีระบบช่วยเหลือในการพิมพ์ ถ้าเกิดปัญหาระหว่างพิมพ์ 

3D Builder เครื่องปริ้น 3 มิติขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ ที่ช่วยให้การพิมพ์งานนานๆ สำเร็จ

อันนี้ต้องอย่าลืมว่า งานพิมพ์ยิ่งใหญ่ ยิ่งต้องใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น ซึ่งการพิมพ์งานในที่นี้ ผมหมายถึงปริ้นกันเกิน 5 วัน 5 คืนติดต่อกันโดยไม่หยุดพักเครื่อง ซึ่งเครื่องที่พิมพ์งานใหญ่ได้ ก็ควรที่จะใช้อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน แข็งแรง รวมไปถึงมีฟีเจอร์ จำพวก ไฟดับ สามารถพิมพ์ต่อจุดเดิมได้ หรือเส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์ ตัวเครื่องต้องหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คนมาเปลี่ยนเส้นพลาสติก และไปพิมพ์ต่อที่เดิมได้ ซึ่งถ้าไม่มีฟีเจอร์พวกนี้ ให้ตัดออกไปเลย เพราะการพิมพ์งานใหญ่ ถ้าเกิดข้อผิดพลาด ก็จะทำให้เสียเวลา และเสียเส้นพลาสติกไปเปล่าๆ แถมเสียอารมณ์อีกด้วย  

งานพิมพ์ยิ่งมีขนาดใหญ่ โอกาสที่งานพิมพ์เสีย ยิ่งมีมาก ไม่ใช่แค่เสียเวลาอย่างเดียว แต่มันจะทำให้เสียทั้งพลาสติก เงิน และกำลังใจที่จะใช้เครื่องไปด้วย 

Blackbelt เครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ แบบแนวยาว พิมพ์ต่อเนื่อง

สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ ที่มีฟีเจอร์แบบด้านบน ผมแนะนำเป็นเครื่องพิมพ์ Raise3D Pro 3 Series และเครื่อง Prusa XL ที่มีพื้นที่พิมพ์ขนาดใหญ่ และฟีเจอร์ไฟดับ พิมพ์ต่อ เส้นพลาสติกหมด ก็สามารถเปลี่ยนและกลับมาพิมพ์ต่อที่เดิมได้ แถม Prusa XL ยังมีหัวฉีด แบบ Tool Chage ที่สามารถปริ้นงานแบบ Multi Material หรือ พิมพ์สีสลับไปมาได้ สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่า เครื่องที่แนะนำไปราคาอาจจะสูงไป งบไม่ถึง

อันนี้ผมก็ต้องแนะนำว่า ถ้างานที่พิมพ์นั้น สามารถตัดเป็นส่วนๆ แล้วเอาต่อกันทีหลัง โดยใช้กาวได้ไหม ถ้ายอมได้ ก็สามารถลดพื้นที่การพิมพ์ลงมาได้ หรือถ้าผู้ใช้สามารถออกแบบระบบสวมต่อ และประกอบ หรือทำเป็นเดือยให้กับตัวโมเดล 3 มิติได้ ก็สามารถพิมพ์ชิ้นงานแบบใหญ่ๆได้ โดยใช้เครื่องปริ้น 3D ขนาดเล็กได้ 

เส้นพลาสติก Filament ที่ใช้พิมพ์เอาแบบไหนดี ?

ในส่วนของปัจจัยนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องปริ้น 3D จะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง สำหรับพลาสติกที่จะใช้กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้ จะขึ้นอยู่กับประเภทของหัวฉีดเป็นหลัก ซี่งตอนนี้ในตลาดจะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบ FDM อยู่ 2 ประเภท คือพิมพ์พลาสติกทั่วๆไป เช่น PLA และ ABS กับเครื่องอีกประเภทที่ติดหัวฉีดที่สามารถพิมพ์พลาสติกวิศวกรรม อย่าง Nylon, PC, PP และพลาสติกแบบ Composite ที่ผสมพวกโลหะ และ คาร์บอนไฟเบอร์ 

เส้น Polymax PC ที่ปริ้นออกมาเป็นแม่แรงสำหรับยกรถได้ทั้งคัน ปริ้นจาก 3D Printer

พลาสติกแต่ละประเภทจะให้คุณสมบัติต่างกัน เช่น ถ้าเน้นพิมพ์งานที่เอาไปทดแทนชิ้นส่วนเครื่องจักรที่เสียหาย ก็ต้องเลือกเป็นพลาสติกจำพวก ไนลอน PA หรือ PC โพลีคาร์บอเนต แต่ถ้าเอาไปพิมพ์งานเพื่อดูต้นแบบ เอาไปให้ลูกค้าดู เพื่ออธิบายหน้างาน ก็จะเป็นพวกพลาสติก PLA ซึ่งพิมพ์ได้สวยที่สุด สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดลองเข้าไปอ่าน การเลือกใช้พลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D printer

เส้นพลาสติกแบบ Flex ที่สามารถบิดงอได้
เส้นพลาสติกแบบ Flex ที่สามารถบิดงอได้
เส้นไนลอน เป็นเส้นสำหรับงานวิศวกรรม สามารถนำไปใช้งานได้จริง
เส้นไนลอน เป็นเส้นสำหรับงานวิศวกรรม สามารถนำไปใช้งานได้จริง

สำหรับใครที่คิดว่าจะพิมพ์แต่เส้นพลาสติก PLA ก็จะได้เครื่องปริ้นที่ราคาไม่สูงมาก เพราะพลาสติก PLA นั้นถือว่าเป็นพลาสติกที่พิมพ์ง่ายสุด ไม่หดตัว และถ้างานโมเดล 3 มิติ ที่จะพิมพ์ มีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่า 12 x 12 เซนติเมตร ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ฐานทำความร้อน ซึ่งราคาเครื่องพิมพ์ก็จะถูกลงไปอีก เช่นเครื่องพิมพ์ Creality Ender 3 V3 SE ซึ่งเป็นเครื่องที่ออกแบบมาพิมพ์พลาสติก PLA โดยเฉพาะ หรือว่าจะเอาเครื่อง Flashforge รุ่น Adventurer 5M ที่เป็น CoreXY ที่พิมพ์ได้เร็วก็ได้ แต่ถ้างบสูงหน่อย ก็เอาเครื่อง Bambulab A1 Mini ที่มีอุปกรณ์เสริม AMS สำหรับปริ้นงานหลายสีได้

เครื่องปริ้น Bambulab A1 Mini Combo ปริ้นได้ 4 สี เน้นพิมพ์เส้น PLA

แต่ถ้าจะเอาไปพิมพ์ชิ้นงานที่ต้องรับแรง หรือมีไปถูกสารเคมี และต้องเอาไปตากแดด ตากฝน อันนี้ก็ให้เลือกเครื่องพิมพ์ ที่ชุดหัวฉีดเป็นแบบ All Metal หรือทำด้วยโลหะทั้งหมด เพราะหัวฉีดแบบนี้ จะฉีดพลาสติกที่มีอุณหภูมิสูงได้ อย่างเช่นหัวฉีดของ E3D จากประเทศอังกฤษ สามารถทำอุณหภูมิหัวฉีดได้สูงถึง 295 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถพิมพ์พลาสติกได้หลายๆตัว เช่น PC, Nylon, PETG, PP, ABS, ASA, HIPS

ถ้าเน้นพิมพ์พลาสติกเหล่านี้ จะต้องเลือกเครื่องที่มีฐานทำความร้อน และต้องทำความร้อนได้ไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส และถ้าเป็นเครื่องที่มีฝาครอบ แบบปิดมิดชิดได้ ก็จะยิ่งดี เพราะพลาสติกวิศวกรรมเหล่านี้ จะมีการหดตัวสูงกว่า PLA ถ้าได้เครื่องที่มีฝาครอบ กันอากาศจากภายนอก ก็จะช่วยให้งานพิมพ์แข็งแรง และไม่หดหรือหลุดจากฐานขณะพิมพ์งาน แต่ถ้าให้ดีที่สุด ต้องหาเครื่องที่มีระบบลมร้อนเป่าในห้องพิมพ์ ซึ่งจะช่วยให้ชิ้นงานแข็งแรง และไม่ยกตัว อย่างเครื่อง Bambulab X1E

สร้างเองหรือซื้อแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้ ?

สำหรับปัจจัยนี้ จะเป็นอีกตัวที่กำหนดราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขอถามคำถาม และลองตอบดูก่อน ซึ่งคำตอบจะเป็นตัวกำหนดว่า คุณควรจะสร้างเองหรือซื้อแบบสำเร็จ คำถามคือ คุณเคยจับและใช้พวกเครื่องมือจำพวก ไขควง ค้อน ประแจ หรือเปล่า? ถ้าเคยแปลว่าคุณมีโอกาสที่จะได้ซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติราคาไม่แพง ส่วนถ้าใครไม่เคย ผมขอแนะนำให้ซื้อเครื่องแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้ดีกว่า

รู้จักและใช้เครื่องมือที่อยู่ในภาพได้ ก็ลองซื้อเครื่องแบบประกอบเองได้

สำหรับการซื้อเครื่องแบบชุด KIT แบบเอามาประกอบเองนั้น ถ้าคุณไม่เคยใช้เครื่องมือที่ผมบอกด้านบน แปลว่าคุณอาจจะยังไม่มีทักษะของช่าง ซึ่งการประกอบเครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้น ต้องอาศัยการขันน็อต สกรู การวางอุปกรณ์ให้ตรง และได้แนว ทุกอย่างต้องตั้งฉากกัน ถ้าประกอบแบบขอไปที เตรียมเสียเงินอีกรอบ และอีกอย่าง ที่หลายคนชอบบอกว่า มันมีคู่มือ ก็ประกอบตามคู่มือก็ได้ อันนี้ผมต้องบอกว่า ในคู่มือเขาไม่ได้ลงรายละเอียดที่มันลึกมากขนาดนั้น การขันน็อต หรือสกรู บางครั้งก็ต้องมีลำดับในการขัน ไม่ใช่คู่มือบอกให้ขันตรงนี้ ก็ขันมันให้แน่น อย่างเดียว ไม่ได้ดูส่วนอื่นที่ต้องประกอบต่อ ทำให้บางครั้งต้องไปฝืนหรือดัน ให้ชิ้นที่ต้องประกอบต่อ มันเข้าที่  ซึ่งอาจทำให้ตัวโครงสร้าง มันบิดผิดรูป ซึ่งกรณีเลวร้าย ก็คือชิ้นส่วนแตกหัก และต้องทำเรื่องเคลมกับผู้ผลิต ซึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวัน บางครั้ง ผู้ผลิตอาจจะไม่รับผิดชอบ เพราะเป็นเรื่องของการประกอบที่ไม่ถูกต้อง

ประกอบเองได้ ก็ซ่อมเองได้
ประกอบเองได้ ก็ซ่อมเองได้

สรุปเอาง่ายๆ ถ้าคุณคิดว่า คุณไม่ใช่ช่าง อันนี้ผมให้หลีกเลี่ยงเลย ซื้อแบบชุดสำเร็จดีกว่า เอาเวลาที่ต้องไปประกอบเครื่อง ไปหาดูวิดีโอที่เขาสอนการออกแบบโมเดล 3 มิติดีกว่า ถ้าเครื่องมีปัญหา ก็แค่โทรไปถามกับผู้ขาย หรือไม่ก็ยกไปให้เขาดู ไม่ต้องมานั่ง ทำเองให้ปวดหัว ราคาสูงหน่อย ก็ถือว่า

ซื้อความรู้และการบริการหลังการขายจะดีกว่า และถ้ามีปัญหาก็สามารถถามหรือขอความช่วยเหลือได้อีกด้วย

แต่ถ้าคุณเป็นช่าง เคยซ่อมหรือสร้างสิ่งของเอง อันนี้ผมแนะนำ ซื้อแบบชุดประกอบเองก็ได้ เพราะราคาเครื่องจะไม่สูง แถมถ้าเครื่องมีปัญหา ก็สามารถซ่อมเองได้

ยุ่งยากหน่อย แต่ก็ใช้งานได้เหมือนกัน
ยุ่งยากหน่อย แต่ก็ใช้งานได้เหมือนกัน

ในปัจจุบันนี้ เครื่องแบบ DIY เริ่มที่จะหายากในตลาด เพราะเครื่อง 3D printer ทั่วๆไป เริ่มมีราคาที่ถูกลง และมีหลายบริษัท ที่เริ่้มจะพัฒนาสินค้าให้ออกมาดูดี และประกอบง่ายขึ้น บางยี่ห้อ มีการประกอบมาให้แล้วบางส่วน แค่ยกมารวมกัน ก็ใช้งานได้เลย อย่างเครื่อง Creality ตระกูล Ender Series ที่ใช้เวลาประกอบไม่เกิน 15 นาทีเนื่องจากราคาที่ถูกลง คุณภาพเครื่องที่ดีขึ้น ทำให้เครื่องแบบ DIY เริ่มหายไปจากตลาด เพราะเสียเงินเท่ากัน แต่ไม่ต้องมาประกอบ และจูนเครื่องเอง งานพิมพ์ออกมาไม่ต่างกัน ทำให้หลายๆคนเลยเลิกสนใจเครื่องแบบ DIY

เครื่องปริ้น 3 มิติ VORON ทีนิยมในกลุ่ม DIY ที่สร้างเครื่องเอง

แต่อย่างไรก็ยังมีกลุ่มคน ที่ชอบปรับแต่ง ชอบที่จะจูนเครื่อง ก็ยังชอบเครื่องพิมพ์ 3D Printer แบบ DIY อยู่ ซึ่งเครื่อง DIY รุ่นยอดนิยมในปัจจุบัน ก็จะเป็นเครื่อง Voron

เครื่องพิมพ์ No Name หรือเครื่องพิมพ์มีแบรนด์ ?

สรุปถ้าใครอ่านถึงตรงนี้ ผมว่าอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ตัวเองมีคำตอบแล้ว ว่าจะซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบไหน ผมมีข้อคิดอีกอย่างก่อนที่จะตัดสินใจ สำหรับคนที่จะซื้อเครื่อง ต้องบอกไว้อย่างนึงเลยว่า เครื่องพิมพ์ 3D Printer นั้นไม่ว่าจะประกอบเอง หรือซื้อแบบสำเร็จรูปมียี่ห้อ 

พอซื้อมาแล้วมันไม่จบนะครับ เพราะใช้ไปเรื่อยๆ คุณจะเจอปัญหาต่างๆเข้ามา เช่น หัวฉีดตัน, งานพิมพ์ไม่ติดฐหรือหลุดจากฐาน หรือพิมพ์ไปแล้วงานออกมาไม่สวยเหมือนในรูปที่เพื่อนๆ หรือผู้จำหน่ายเครื่องเอามาโชว์ 

ตรงนี้ผมอยากแนะนำว่า ก่อนจะซื้อเครื่อง ควรดูก่อนว่าเครื่องที่จะซื้อนั้น มันมีคนใช้อยู่เยอะหรือเปล่า เป็นเครื่องพิมพ์มีแบรนด์ หรือว่าเป็นเครื่องพิมพ์ที่ No Name อย่าเลือกเครื่องที่มีคนใช้น้อย เพราะเวลาเกิดปัญหา คุณจะไม่มีใครให้ปรึกษาหรือถาม ควรเลือกเครื่องที่มีคนใช้เยอะๆ นอกจากดูจำนวนคนใช้แล้ว ควรจะดูไปถึงผู้ขายเครื่องพิมพ์ 3 มิติด้วยว่า คนที่ขายมีประสบการณ์และ สามารถให้คำปรึกษาได้หรือเปล่า ตรงนี้อาจจะลองทดสอบด้วยการยิงคำถาม แล้วดูว่าคนขายตอบมาอย่างไร เช่น 

  1. เครื่องแต่ละแบบต่างกันอย่างไร มีจุดเด่น จุดด้อยแบบไหน ? (คำตอบอยู่ด้านบน)
  2. พลาสติก PLA กับ ABS ต่างกันยังไง มีงานพิมพ์ที่ต้องตากแดด ควรใช้พลาสติชนิดไหนดี ?
  3. หัวฉีดของเครื่องเป็นแบบไหน? ใช่ All Metal หรือเปล่า และทำอุณหภูมิสูงสุดได้เท่าไหร่ ?
  4. ฐานพิมพ์ทำความร้อนได้เท่าไหร่ ?
  5. ตัวเครื่องมีระบบตั้งฐานแบบไหน อัตโนมัติ หรือปรับเอง ?

อันนี้เป็นคำถามที่ผมยกตัวอย่างแบบง่ายๆ เอาจริงๆ ก่อนจะซื้อเครื่องปริ้น 3 มิติซักตัว ก็ควรหาอ่านรีวิวและข้อมูลใน Internet ก่อน แล้วค่อยไปคิดคำถามมา หรือจะเข้าไปในกลุ่ม Facebook เพื่อดูหรือไปถามเพื่อนๆคนที่ใช้ ว่าเจอปัญหาอะไรบ้าง ก่อนที่จะซื้อ

สำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัย ผมแนะนำให้ซื้อเครื่องที่มีใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ถ้าบ้านเรา ก็ ม.อ.ก แต่ถ้าเป็นเครื่องที่มาจากยุโรป ก็จะเป็น CE การที่มีใบรับรองนั้น ก็จะช่วยให้รู้ว่า ตัวเครื่องพิมพ์นั้นปลอดภัย ผ่านการทดสอบมาเรียบร้อยแล้ว

ต้องไม่ลืมว่า การพิมพ์งานจากเครื่องปริ้น 3D นั้น บางครั้งอาจใช้เวลาหลายวัน ซึ่งก็จะทำให้เครื่องร้อน และอาจเป็นสาเหตุในการเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้ ถ้าเลือกเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ No Name อุปกรณ์ที่ใช้ ก็อาจจะเป็นเกรดที่ถูก ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดไฟฟ้า ลัดวงจร และไฟไหม้ได้ การเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรอง ก็จะช่วยให้อุ่นใจ เวลาพิมพ์งานนานๆ แบบข้ามวัน ข้ามคืน ในช่วงที่คนไม่อยู่  

อย่าให้คุณต้องเสียบ้าน เพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ไม่ได้มาตรฐาน
อย่าให้คุณต้องเสียบ้าน เพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ไม่ได้มาตรฐาน
สภาพเครื่องพิมพ์ 3D ทีไฟไหม้ ส่วนใหญ่เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน
สภาพเครื่องทีไฟไหม้ ส่วนใหญ่เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน

บทสรุปการเลือกซื้อเครื่องปริ้น 3D

สำหรับบทความนี้ ผมว่าน่าจะทำให้หลายๆคน ได้คำตอบ หรือว่าอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนที่ต้องการจะซื้อเครื่องปริ้น 3D Printer ได้มีแนวทางในการหาข้อมูล และประกอบการตัดสินใจ การซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สุดท้ายก็จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่าจะเข้าใจในตัวเครื่องและปรับแต่งค่าต่างๆ

ต่อให้เป็นเครื่องราคาไม่กี่พัน แต่ถ้าผู้ใช้ สามารถเข้าใจหลักการของการพิมพ์ 3 มิติ ผมเชื่อว่า ไม่ว่าเครื่องหลักพันหรือหลักแสนก็สามารถทำให้งานพิมพ์ออกมาสวยได้   

ข้อสำคัญที่ผมอยากจะเน้นและย้ำกับผู้อ่านคือ พยายามหาซื้อเครื่องที่มี Support หรือการบริการหลังการขาย หรือซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายจะดีที่สุด เพราะว่าการใช้เครื่องพิมพ์ 3D printer ในเวลานี้ มันไม่ใช่ซื้อมาแล้วจบ เหมือนพวก ตู้เย็น หรือหม้อหุงข้าว แต่มันยังต้องมีเทคนิคและวิธีการใช้ ซึ่งมันจะไม่ตายตัว เพราะมันจะขึ้นอยู่กับโมเดล 3 มิติที่พิมพ์ ขนาดโมเดลตัวเดียวกัน แบบเดียวกัน แค่วางมุมที่พิมพ์ต่างกัน ยังให้ผลลัพธ์ในการพิมพ์ต่างกันเลย

การซื้อเครื่องผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือ Reseller จะดีกว่า การซื้อเอง ต่อให้มีปัญหา แล้วไปถามในกลุ่ม Facebook คำตอบที่ได้บางครั้ง ก็อาจจะพาให้หลงทางได้ ยิ่งถ้ามีคำตอบหลายแบบ ยิ่งทำให้หลงทาง เสียเวลาไปหลายวันได้เลย เพราะคนที่อยู่ในกลุ่มบางที่ อาจไม่ได้ใช้เครื่องรุ่นที่คุณซื้ออยู่ แต่ถ้าซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย คุณจะได้คำตอบ ที่ตรงกับปัญหา

บริษัท สยามเรปแรป เป็นตัวแทนจำหน่าย 3D Printer หลากหลายยี่ห้อ มาที่เดียวจบ

ส่วนใครที่มีเงินทุนจำกัด แต่อยากจะได้เครื่องปริ้น 3D ในราคาไม่แพง และเอื้อมถึง ผมก็แนะนำให้ดูเครื่องปริ้นที่มีคนใช้เยอะๆหน่อย เช่น ยี่ห้อ Creality ซี่งมีคนใช้เยอะมากๆ ในเมืองไทย จะได้มีแหล่งข้อมูลในการสอบถามปัญหาได้

สุดท้ายนี้ถ้าใครอยากได้เครื่อง 3D Printer แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็มาติดต่อหรือหาเราได้นะครับ เพราะเราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบตั้งโต๊ะ รายแรกในไทย เปิดมาแล้วกว่า 11 ปี ขายเครื่องไปแล้วมากกว่า 5000 ตัว มีลูกค้ามากกว่า 3000 ราย ที่ใช้เครื่องพิมพ์ 3D ที่เราขาย ร้านเราก็มาง่าย มีที่จอดรถ ร้านเปิด จันทร์ – เสาร์ เวลา 10 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น สามารถคลิ๊กสอบถามผ่านทาง Line Official ของทางร้านได้เลย

Similar Posts