3D Printer กับช่องทางการขายใหม่ในโลกยุคใหม่

3D Printer กับช่องทางการขายใหม่ในโลกยุคใหม่

หลายๆคนเคยเห็นการขายภาพถ่ายผ่าน Website ซึ่งวิธีการก็คือเอาภาพถ่ายขึ้นไปขายผ่านเว็บนายหน้า ซึ่งเราก็จะได้ค่ารูป ซึ่งผมเคยเห็นบางคนตอนแรกทำเป็นอาชีพเสริม แต่ทำไปเรื่อยๆ กลายเป็นอาชีพหลักไปเลย เพราะว่าได้เงินมากกว่าทำงานประจำ แถมถ่ายรูปที่ถ่ายถ้าเป็นที่นิยม ก็สามารถขายได้ตลอด ซึ่งตอนนี้ ธุรกิจแบบนี้กำลังคืบคลานเข้ามาในวงการ เครื่องพิมพ์ 3D Printer เหมือนกัน ซึ่งหลักการก็คล้ายกัน แต่เป็นการออกแบบโมเดล แล้วขายใ้หักับคนที่มี เครื่องปริ้น 3D นำไปพิมพ์กับเครื่องตัวเอง ซึ่งการขายจะเป็นการขายไฟล์โมเดล 3 มิติ พร้อมกับวิธีการพิมพ์

Shapeway เจ้าพ่อแห่งวงการรับพิมพ์งาน 3 มิติและตลาดสำหรับขายโมเดล 3 มิติ

Shapeway?ถือว่าเป็นเว็บไซด์แรกๆ ที่ให้บริการรับพิมพ์งาน 3 มิติจาก 3D printer ซึ่งตัวบริษัทตั้งอยู่ที่ อเมริกาและเนธอร์แลนด์ ตัวบริษัท Shapeway นั้นมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติหลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องแบบ FDM. SLA. SLA เรียกได้ว่ามีวัสดุให้เลือกตั้งแต่ พลาสติก ยันโลหะกันเลย นอกจากจะรับพิมพ์งานแล้ว ยังเป็นตลาดสำหรับขายโมเดล 3 มิติอีกด้วย ซึ่งนักออกแบบสามารถที่จะออกแบบงาน แล้วเอาไปขายในเว็บไซด์ของ Shapeway ได้ ซึ่งลูกค้าที่สั่งซื้อก็จะได้โมเดลที่พิมพ์จากบริษัทส่งตรงถึงบ้าน นอกจากนั้นทาง Shapeway ก็ให้นักออกแบบสร้างหน้าร้านของตัวเองได้ ซึ่งทำให้นักออกแบบสามารถรวมสินค้าของตัวเองให้อยู่ในหน้าร้านเดียว โดยไม่ต้องยุ่งกับหน้าร้านคนอื่่นๆ

3D Hubs แหล่งรวมผู้ใช้ 3D Printer ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับคนที่มี เครื่องพิมพ์ 3 มิติ และอยากจะรับงานพิมพ์เพื่อหาเงิน ก็สามารถทำได้ โดยตอนนี้ได้มี website ที่ชื่อว่า?3D Hubs?ซึ่งเป็น web ที่จะรวมผู้ที่มี เครื่องปริ้น 3 มิติ?แล้วอยากจะรับงาน ซึ่่งคนที่มี เครื่องปริ้น 3D ก็สามารถที่จะเข้าไปลงทะเบียน แล้วลงที่อยู่ ซึ่ง 3D Hub ก็จะเป็นตัวกลางให้กับคนที่ต้องการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งตอนนี้มีผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวนถึง 26739 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก สำหรับในกรุงเทพ ก็มีผู้รับพิมพ์งานแล้วถึง 38 ราย สำหรับคนที่ต้องการใช้บริการ ก็แค่ไปลงทะเบียน แล้ว upload ไฟล์ STL ที่เป็นไฟล์โมเดล 3 มิติขึ้นไป แล้วก็เข้าไปเลือกผู้ให้บริการ ที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งเมื่อผู้ให้บริการตอบรับว่าจะพิมพ์ให้ ก็แค่รอจนกว่างานจะเสร็จ แล้วก็เข้าไปรับงานได้เลย ส่วนเรื่องราคานั้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ว่าจะคิดเท่าไหร่ ซึ่งทาง 3D Hub ก็จะหักเปอร์เซนต์ไป นอกจากนั้นทาง 3D Hub ก็ยังมีระบบให้คะแนน สำหรับผู้ให้บริการอีกด้วย เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ

แค่มีไอเดีย + ออกแบบเป็นก็ขายของที่ไหนในโลกก็ได้

อีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับการขายของผ่าน เครื่องพิมพ์ 3 มิติ?ก็คือ ออกแบบสินค้าที่สามารถพิมพ์ได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยทำสินค้าที่แตกต่างจากเมื่อก่อน ซึ่งตัวอย่างที่ผมจะยกก็เป็น เครื่องดนตรี?Ukulele?ซึ่งตอนนี้ได้มีนักออกแบบทำการออกแบบเครื่องดนตรีชิ้นนี้ ที่สามารถพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ 3D ได้ ผู้ออกแบบขายไฟล์งานสำหรับพิมพ์เครื่องดนตรีชิ้นนี้แค่ 5 USD บางคนอาจจะดูเหมือนน้อยนะครับ แต่เขาขายทั่วโลกผ่าน Website ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แถมไม่ต้องพิมพ์ด้วย ขายเฉพาะ File 3D เท่านั้น เรียกว่าขายไอเดียล้วนๆ

อีกธุรกิจที่เห็นว่าได้ประโยชน์จากการขายไฟล์งาน 3 มิติก็คือ ธุรกิจ ของเล่นวิทยุบังคับ หรือ RC model ซึ่งตอนนี้มี website ชื่อว่า?3dLabPrint?ที่ออกแบบและขายโมเดลเครื่องบินบังคับ ซึ่งตอนนี้มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งราคาไฟล์ที่ขายก็จะอยู่ประมาณ 20 USD ผู้ซื้อก็แค่เข้าไปซื้อไฟล์ 3 มิติมาพิมพ์ ทาง 3dLapPrint ไม่ได้ขายไฟล์อย่างเดียว ยังมีวิธีการประกอบ และการเซ๊ทค่าต่างๆ สำหรับไปใช้กับ เครื่องปริ้น 3D อีกด้วย

3D Printer กำลังเปลี่ยนรูปแบบการขายสินค้า ใครเป็นก่อนได้เปรียบ

ต่อไปในอนาคต เราจะมีนักออกแบบมากขึ้น สินค้าที่ผลิตจะถูกทำขึ้นให้ตรงกับผู้บริโภคแต่ละรายมากที่สุด และการผลิตก็จะทำการผลิตสินค้าตามความต้องการจริงๆ ไม่มีการทำสต็อคเพื่อเก็บสินค้าไว้ เรียกว่าอยากได้ อยากใช้เมื่อไหร่ก็พิมพ์ขึ้นมา และในอนาคตเราจะเห็น บริษัทรับพิมพ์ชิ้นงานขึ้นมากมาย ดังนั้นใครที่อยากจะทำธุรกิจในตอนนี้ ซึ่งแรกที่ควรจะศึกษาก็คือ โปรแกรมออกแบบ 3 มิติ เพราะว่าถือเป็นหัวใจสำคัญในการใช้ 3D Printer ผมว่าในอนาคต หลักสูตรการออกแบบโมเดล 3 มิติ จะต้องเป็นหลักสูตรบังคับให้เด็กเรียน ตั้งแต่การศึกษาในระดับประถมศึกษา การทำธุรกิจสมัยนี้ เราไม่ได้แค่ขายคนในประเทศไทยอย่างเดียว เราสามารถขายได้ทั่วโลก ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นต้องคิดให้ยาวและไกลเข้าไว้ ถึงจะอยู่รอดได้ อย่างที่เขาเคยบอกว่า ปลาเล็กกินปลาใหญ่ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว จะเป็นปลาเร็วกินปลาช้า

Share this post